สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย (Snake Farm QSMI)

เป็นสวนงูที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลก (อันดับ 1 คือ Instituto Butantan ประเทศบราซิล) และถือเป็นแห่งแรกในเอเชีย

** การเดินทาง **

- พิกัด GPS ทางเข้า : 13.73160 , 100.53251 (ใน Google Maps สามารถกรอกเลขพิกัด GPS ด้านล่างลงไปในช่องค้นหาได้เลย)

- รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน (ทางออก 2) เดินต่อประมาณ 400 เมตร


>> ช่วงวันที่เดินทาง : เมษายน พ.ศ.2569


มีที่จอดรถไม่เยอะมาก แนะนำมาเช้าๆ หน่อย


จากจุดจอดรถเดินไปตามป้ายทางเข้า


จุดขายตั๋วเข้าชม


ราคาตั๋วเข้าชมตามรูป (เข้าชมพิพิธภัณฑ์ + ดูโชว์ต่างๆ)

ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท


** วัน/เวลาทำการ **

> วันจันทร์ -วันศุกร์
- เปิด/ปิด : 9.30 - 15.30 น.
- โชว์รีดพิษงู : 11.00 น.
- โชว์จับงู : 14.00 น.

> วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- เปิด/ปิด : 9.30 - 13.00 น.
- โชว์จับงู : 11.00 น.


มีรูปงูจงอาง หน้าแบ๊ว ต้อนรับอยู่ทางเข้า


ได้ตั๋วเข้าชมแล้ว


สัญลักษณ์บนป้ายต่างๆของที่นี่ ควรรู้ก่อนเข้าชม

(1) งูพิษร้ายแรง (Venomous Snake)

- มีเขี้ยวอยู่ด้านหน้า กัดแล้วปล่อยพิษเข้าเลือดได้รวดเร็ว
- เช่น งูเห่า , งูจงอาง , งูแมวเซา , งูกะปะ

(2) งูพิษเขี้ยวหลัง (Rear-fanged Snake)

- มีพิษ "แต่เขี้ยวอยู่ด้านหลัง" ต้อง "งับค้าง" ถึงจะปล่อยพิษได้ พิษส่วนใหญ่ไม่รุนแรงกับคน
- เช่น งูเขียวพระอินทร์ , งูปล้องฉนวนบางชนิด

(3) งูไม่มีพิษ (Non-venomous Snake)

- ไม่มีพิษ แต่ก็กัดให้บาดเจ็บได้นะ !!
- ฆ่าเหยื่อโดย "รัด" หรือ "กลืน"
- เช่น งูเหลือม , งูหลาม , งูทางมะพร้าว


งูหลามทอง หรือ งูหลามเผือก


งูสิงหางลาย ไม่มีพิษ เป็นงูที่กินหนูเป็นอาหาร

เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังนั้นจับมาเลี้ยงดูเล่นไม่ได้ !!


งูสิงหางลาย


งูกะปะ

เป็นงูพิษในตระกูลไวเปอร์ (Family Viperidae) หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม มีพิษร้ายแรงต่อระบบเลือด ทำให้เลือดไม่แข็งตัว เนื้อเยื่อตายบริเวณที่ถูกกัด และมีเขี้ยวพิษคู่หน้ายาวมาก จัดเป็นงูพิษอันตรายสูงที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย


ตั้งท่าพร้อมฉกตลอดเวลา สีก็กลมกลืนไปกับพื้นดิน ใบไม้ด้วย ... พบบ่อยในสวนยางพารา โดยเฉพาะภาคใต้และภาคตะวันออก


งูอนาคอนด้าเขียว (Green Anaconda)

เป็นงูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก !!


เป็นงูไม่มีพิษ แต่ก็ไม่ได้ดุเหมือนในภาพยนตร์นะ


ต้นไม้กับการป้องกันงู ทำได้จริงไหม ??

พบว่าไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่างูกลัวต้นไม้สายพันธุ์ไหน !!

>> วิธีที่ดีที่สุด คือ อย่าปล่อยให้ต้นไม้รก ดูแลตัดแต่งให้สั้นอยู่ตลอด .. ถ้าบ้านมีมุมที่ไม่โดนแสงแดด ก็มีโอกาสที่งูจะหลบซ่อนตัวได้ !!


กรงเลี้ยงงูจงอางกลางแจ้ง แน่นหนามาก ถ่ายรูปมามองไม่เห็นตัวเลย .. แต่ถ้ามองดูด้วยตาก็เห็นตัวอยู่นะ เขาสร้างเป็นบ้านให้งูจงอางนอนหลบแดดเลย


ไปกันต่อกับ พิพิธภัณฑ์งู ในร่ม มีแอร์เย็นสบาย


มาที่ตัวแรก "งูสามเหลี่ยม"


ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นงูที่มีพิษรุนแรง เป็นงูหากินตอนกลางคืน

ตอนกลางวันจะเคลื่อนไหวช้าๆ


งูเห่าภูเขา


แค่ดูสายตาก็รู้เลยว่าดุ


งูจงอาง (King Cobra) ถือว่าเป็น "ราชาแห่งงู" เลย


งูจงอาง (King Cobra)

- มีเกล็ดใหญ่ที่หัว
- สายตาดุ
- แผ่แม่เบี้ย โดยยกตัวได้สูงถึง 1 ใน 3 ของความยาวตัวเลย


งูเห่าพ่นพิษสยาม (Naja siamensis)

โดยส่วนตัวกลัวงูชนิดนี้ที่สุด เพราะว่านิสัยมันจะ "พ่นพิษไปที่ตาของเหยื่อ" ได้อย่างแม่นยำ 1-2 เมตรเลยทีเดียว ถ้าเข้าตาก็มีโอกาสตาบอดสูง


น่ากลัวจริงตัวนี้ ออกมาโชว์ตัว ไม่กลัวคนดูด้วย


งูเห่าไทย เสียดายมองไม่เห็นหน้า


งูเขียวหางไหม้ลายเสือ


งูเขียวหางไหม้ลายเสือ


งูเขียวหางไหม้ท้องเขียวเหนือ


งูเขียวหางไหม้ท้องเขียวเหนือ


งูเขียวหางไหม้ตาโต


งูเขียวหางไหม้ตาโต


งูเขียวพระอินทร์

พบได้ทั่วไปตามบ้านคน


เป็นคู่ปรับตลอดกาล ของ "ตุ๊กแก"

เคยมีเรื่องเล่าตามความเชื่อของคนโบราณ "งูเขียวพระอินทร์กินตับตุ๊กแก"

แต่ในโลกยุคปัจจุบัน พบว่า "ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด"

แต่เป็นพฤติกรรมของงู คือ มันจะพยายามกินหัวตุ๊กแกก่อน แต่หากตุ๊กแกยังไม่หมดแรง จะงับหัวงูเขียวอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้คนพบเห็นจึงเข้าใจผิดว่า งูเขียวจะเลื้อยเข้าไปกินตับของตุ๊กแก ... นั่นเอง


งูเขียวปากจิ้งจก


หน้าเหมือนจิ้งจกเลยไง


งูลายสอ


เป็นงูที่พบได้บ่อยตามบ้านคนทั่วไป


งูเขียวบอน


งูเขียวบอน ทำหน้าตาแบ๊วๆ


งูทางมะพร้าว

ไม่มีพิษ แต่นิสัยค่อนข้างดุร้าย ชอบขู่ พองตัวอ้าปาก และอาจทำท่าแกล้งตายเมื่อตกใจ แม้ไม่มีพิษร้ายแรง แต่มีฟันคมที่สามารถกัดได้ลึก เลือดออกมาก และอาจทำให้อักเสบติดเชื้อได้


งูบรูคส์คิงสเนค

เป็นงูจากต่างประเทศ พบใน USA


งูแสงอาทิตย์

เป็นงูที่พบได้บ่อยตามบ้านคนทั่วไป


ลำตัวจะผิวเรียบ + มันวาว + ดูสะท้อนแสงแดด 


งูก้นขบ


จะมีโมเดลจำลองให้ลองกดดู ว่างูชนิดนั้นๆ มักอยู่ในพื้นที่แบบไหน


จะมีไฟขึ้นตรง โมเดลงูจงอาง ให้เห็นว่ารังของมันจะเป็นลักษณะไหน ?


มาต่อกันที่ชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ จะเป็น " นิทรรศการสวนงู "


แผนผังการจัดแสดง


มีงูสายพันธุ์ต่างๆ ที่ดองเอาไว้ให้ดู


มีตัวอย่างผิวหนังของงูมาให้ลองสัมผัสดู


ผิวหนังงูแบบเต็มตัว


การลอกคราบของงู ก็เหมือนการเปลี่ยนผิวหนังใหม่ ทำให้งูมีสีสันสดใส ซ่อมแซมผอวหนังที่เสียหาย


โครงกระดูกของ "งูเห่าไทย"


กายวิภาคของงู

- งู ไม่มีหู จึงไม่ได้ยินเสียงอะไรนะ แต่สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินได้

- งู ไม่มีเส้นเสียง จึงร้องไม่ได้นะ ทำได้แค่เป่าลมออกจากปาก เป็นเสียงขู่ " ฟ่ออออ " ได้เท่านั้น

- งู สายตาไม่ค่อยดี


อวัยวะภายในของงู


อวัยวะภายในของงู


อวัยวะเพศของงู


อวัยวะเพศของงูสายพันธุ์ต่างๆ


การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ถูกงูกัด


งูกัดที่เท้า

ใช้ผ้ายืดพันพอกระชับ ตั้งแต่ปลายเท้า ถึง หัวเข่า + ใช้ไม้ดามไว้


ห้ามใช้ปากดูดพิษแบบในนิยาย !!


งูกัดที่มือ

ใช้ผ้ายืดพันพอกระชับ ตั้งแต่ปลายนิ้ว ถึง ข้อศอก + ใช้ไม้ดามไว้


ห้ามขันชะเนาะ เพราะถ้าทำแน่นเกินไป เลือดจะไม่ไหลเวียน ทำให้เนื้อตายได้


1.) พิษงู ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เช่น งูเห่า , งูจงอาง , งูทับสมิงคลา , งูสามเหลี่ยม

2.) พิษงู ที่ออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ เช่น งูทะเลต่างๆ

3.) พิษงู ที่ออกฤทธิ์กับระบบโลหิต เช่น งูกะปะ , งูแมวเซา , งูเขียวหางไหม้


1.) พิษงู ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เช่น งูเห่า , งูจงอาง , งูทับสมิงคลา , งูสามเหลี่ยม

2.) พิษงู ที่ออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ เช่น งูทะเลต่างๆ

3.) พิษงู ที่ออกฤทธิ์กับระบบโลหิต เช่น งูกะปะ , งูแมวเซา , งูเขียวหางไหม้


พอถึงเวลาก็มาดู " โชว์จับงู " กัน 


มาที่ตัวแรก " งูจงอาง " ตัวใหญ่มาก


ตัวที่สอง " งูเห่าไทย "


ตัวที่สาม " งูสามเหลี่ยม " จะมีสีเหลืองสลับกับสีดำ

... เจ้าหน้าที่บอกว่า งูสามเหลี่ยม เป็นงูหากินกลางคืน ตอนกลางวันจะอยู่นิ่งๆ เลยจับแบบนี้ได้ ...


ตัวที่สี่ " งูปล้องทอง "


ตัวที่ห้า " งูเขียวหางไหม้ "


ตัวที่หก " งูสิงหางลาย " เป็นงูไม่มีพิษ ตัวใหญ่ ทำให้หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นงูจงอาง


ตัวที่เจ็ด " งูทางมะพร้าว " เป็นงูไม่มีพิษ แต่นิสัยดุ สังเกตได้จากตอนที่มันชอบงอคอไปด้านข้างๆ แบบในรูปนี้


ตัวที่แปด " งูแสงอาทิตย์ " เป็นงูไม่มีพิษ ตัวดำๆ ดูเงาๆ สะท้อนแสง


ตัวที่เก้า " งูหลามทอง " เป็นงูไม่มีพิษ ตัวนี้ออกแสดงเป็นตัวสุดท้าย และทุกคนสามารถไปขอถ่ายรูปคู่ด้วยได้


Copyright © 2566 - 2569. All rights reserved.